วิธีการต่อเพลงด้วยโปรแกรม Nero Wave Editor
ทำการเปิดโปรแกรม Nero Wave Editor จากข้อ 1 - 3 จากนั้น
- เลือกคลิกเมนู Edit >> Select All หรือกดแป้น Ctrl+A
- คลิกเมนู Edit >> Copy
- คลิกเมนู File >> Open เลือกเพลงที่ต้องการนำมาต่อกันเข้าด้วยกัน
- จากนั้นที่เมนู Edit เลือกคลิก Paste เพื่อวางไฟล์เพลงที่เรา Copy มาต่อกัน จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนของข้อ A - D หากมีกรอบข้อความแจ้งเตือนมาให้เราทำการ Save ไว้ หรือตอนนี้ให้เราเลือกคลิกที่ปุ่ม Don't Save ไปก่อน เพื่อทำการต่อไฟล์เพลงให้เสร็จ ไฟล์เพลงที่เราต่อได้จะเพิ่มขึ้นมาจาก 1 เพลง 2-3 เพลงจนกระทั่งได้ตามที่เราต้องการ โดยดูที่แถบด้านล่างของหน้าต่างโปรแกรมในช่องของ Viewed: จะแสดงเวลาว่าเราได้ใช้เวลาไปเท่าไหร่ หรือเพลงที่เราทำการต่อรวมกันนั้นมีเวลากี่นาที ซึ่งเราต้องดูว่าเพียงพอต่อการนำไปเขียนลงแผ่น CD-R หรือแผ่น CD-RW ได้หรือไม่ เช่น หากเราใช้แผ่นที่มีความจุข้อมูล 700 MB นั้น สามารถจุข้อมูลเสียงได้ 80 min หรือสามารถบันทึกเสียงได้นาน 80 นาที สำหรับแผ่นขนาดความจุ 600 MB นั้น สามารถบันทึกหรือเขียนข้อมูลเสียงได้นาน 74 นาที
- เมื่อได้ไฟล์เพลงที่นำมาต่อเข้าด้วยกันตามต้องการ ก็ให้เลือกบันทึกหรือ Save ได้โดยทำตามขั้นตอนที่ 4 และตรวจดูไฟล์เพลงของเราว่าได้ตามต้องการหรือไม่ เมื่อเราได้ไฟล์เพลงในรูปแบบของ ไฟล์ *.wav แล้ว เราก็สามารถนำมาเขียนลงแผ่นซีดีรอมได้ในขั้นตอนต่อไป
เริ่มเขียนแผ่น CD เพลง
ให้ทำการเปิดโปรแกรม Nero Burnning Rom ขึ้นมา จากนั้นให้เราเลือกใช้ Nero Wizard ช่วยในการเขียนแผ่น
- ที่หน้าต่างของ Nero Burnning Rom คลิกเมนู File >> New
- ที่หน้าต่าง Nero Wizard มีออปชั่นไอคอนให้เลือกใช้ 2 อย่าง คือ Compile a New กับ Copy a CD ให้คลิกที่ Compile a New
- ที่หน้าต่างต่อมา ให้คลิกเลือกที่ Audio CD >> ไปคลิกที่ปุ่ม Next >> และคลิก Finish ในหน้าต่างสุดท้าย
- จะปรากฏกรอบหน้าต่างของ Audio ทางด้านซ้ายมือให้เราทำการเลือกไฟล์เพลงที่ต้องการ ทางด้านขวามือโดยการคลิกแล้วลากมาปล่อยไว้ในหน้าต่าง ของ Audio เราจะเห็นว่าในส่วนของหน้าต่าง Audio นั้น จะมีรายละเอียดของไฟล์เช่น Track / Title เป็นต้น เมื่อเรานำไฟล์เพลงมาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราสามารถทดลองฟังเสียงก่อนได้โดยการคลิกที่รายชื่อเ พลง ตามด้วยคลิกที่ปุ่ม Play อีกทั้งเรายังสามารถที่จะสลับรายการเพลงที่เราต้องกา รให้อยู่ก่อนหลังได้ ด้วยการคลิกเลือกแล้วลากขึ้นลงได้ตามลำดับที่ต้องการ
- เมื่อเราได้รายชื่อเพลงที่ต้องการเขียนลงแผ่นแล้ว ให้คลิกเลือกรายชื่อเพลงทั้งหมดด้วยการกด Ctrl+A แล้วคลิกขวาเลือก Properties
- ปรากฏหน้าต่าง Audio Track Info คลิกแท็บ Filters เลือกเช็คเครื่องหมายถูกให้ปรากฏหน้าตัวเลือก Normalize คลิกปุ่ม OK (การเลือกในข้อนี้เป็นการปรับคุณภาพของเสียงเพลง จะทำการเขียนลงแผ่นให้มีคุณภาพเสียงที่เท่ากัน จะทำให้แผ่นที่เราเขียนนั้นมีคุณภาพเสียงที่ดี)
- คลิกที่ไอคอน Open the Write-CD-Dialog หรือคลิก File >> Write CD
- ปรากฏกรอบหน้าต่างของ Nero Wizard [Burn CD] ให้เลือกตั้งค่าความเร็วในการเขียนแผ่นที่ช่องตัวเลื อกของ Write Speed: ให้กำหนดความเร็วในการเขียนแผ่น ควรเลือกที่ความเร็วประมาณ 4X - 8X เพื่อความแน่นอนและป้องกันแผ่นเสียเนื่องจากการเกิด "Buffer Under Run Error" จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Burn
- ในกรณีที่เราต้องการกำหนดทางเลือกเองโดยไม่ใช้ Nero Wizard [Burn CD] ให้เราเลือกคลิกที่ปุ่ม Close Wizard ด้านล่างของหน้าต่าง Nero Wizard [Burn CD] ก็จะปรากฏหน้าต่างของ Write CD ซึ่งจะมีแท็บให้เลือก เช่นแท็บ Info จะแสดงขนาดของข้อมูลความยาวเป็นเวลา หรือขนาดข้อมูลกี่เมกะไบต์ แท็บ Audio-CD ก็จะเป็นส่วนที่เราสามารถใส่ชื่อหรือรายละเอียดของแผ ่นซีดีรอมนั้น เมื่อคลิกที่แท็บ Burn จะเป็นการกำหนดค่าความเร็วในการเขียนข้อมูล และต้องไม่ลืมที่จะเลือกคลิกที่ Disc-At-Once ให้มีเครื่องหมายถูกปรากฏ ซึ่งจำเป็นสำหรับการเขียนแผ่น CD เพลง ซึ่งเป็นการเขียนครั้งเดียวจบ ซึ่งจะช่วยให้ไม่มีปัญหาของแผ่นที่จะมีอาการกระตุก หรือเครื่องอ่านไม่สามารถอ่านได้ตลอดทั้งแผ่น จากนั้นให้คลิกปุ่ม Write เพื่อทำการเขียนข้อมูล
- รอสักครู่ เมื่อทำการเขียนแผ่นเรียบร้อย จะแสดงกรอบข้อความให้ทราบ คลิกปุ่ม OK นำแผ่นไปทดลองเปิดกับเครื่องเล่น CD
Note & Tips :
ในการแปลงไฟล์เพลงที่จะนำมาเขียนลงแผ่นซีดีรอมนั้น นอกจากโปรแกรม Winamp และโปรแกรมของ Nero Wave Editor ยังมีโปรแกรมที่สามารถแปลงเพลงได้ดี โปรแกรมอื่นๆเช่น MusicMatch หรือ MP3 CD Maker ซึ่งสามารถแปลงไฟล์และเขียนไปพร้อมกันได้ นอกจากนี้ก็มีโปรแกรม MP3 to Wave, JukeBox Decoder เป็นต้น
แต่ในที่นี้ขอแนะนำให้เลือกใช้โปรแกรมของ Winamp และโปรแกรมของ Nero Wave Editor โดยเฉพาะโปรแกรม Nero Wave Editor ที่มาพร้อมกับ Nero Burnning Rom ซึ่งส่วนมากเราจะมีอยู่ในเครื่องของเราอยู่แล้วนั้น สามารถใช้งานได้ดีและไม่ซับซ้อน รวมถึงยังสามารถแต่งเสียงต่างๆได้อีกด้วย และยังสามารถให้เราบันทึกเสียงของเราเองได้ด้วย นอกเหนือจากการที่สามารถตัดต่อได้
การแปลงไฟล์ MP3 เป็น WAV นั้น จะเป็นการขยายไฟล์หรือขนาดของไฟล์เพิ่มขึ้นถึง 5-10 เท่า ดังนั้นมันจะเพิ่มเนื้อที่ในฮาร์ดดิสก์ของเรา ทำให้มีเนื้อที่เหลือน้อยลงและส่งผลให้เครื่องทำงานช ้าลง ดังนั้นเมื่อเราทำการแปลงไฟล์และบันทึกหรือเขียนลงแผ ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ควรที่จะลบไฟล์ *.wav ออกไป เพื่อเป็นการประหยัดเนื้อที่ของฮาร์ดดิสก์
Credit : pepsa |